คบคนอาเซียนต้องรู้ไว้ : อินโดฯ-มาเลย์ ชี้ด้วยนิ้วชี้..ไม่สุภาพ

คบคนอาเซียนต้องรู้ไว้ :



วันก่อนเห็นทีวีช่องหนึ่งนำเรื่อง “มรรยาท” ในการปฏิบัติตนในประเทศต่าง ๆ ของชาติอาเซียนมานำเสนอ แต่วันนั้นเขาเสนอแค่ชาติเดียว ผมเลยมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ..แล้วชาติอื่น ๆ เขาจะมีข้อปฏิบัติกันอย่างไร

วันนี้เลยไปค้นเรื่องนี้มาฝากกัน เผื่ออนาคตหากรวมกันเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว เราอาจจะได้ใช้ หรือไม่ก็รู้ไว้ไม่เสียหลายและนำไปฝากเป็นความรู้ให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ได้อีกด้วย

อันเนื่องมาจากแต่ละชาติก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกันไป เลยเป็นที่มาของลักษณะเฉพาะตัวต่าง ๆ มาไล่เรียงกันเลยครับ...

ประเทศมาเลเซีย...มาเลเซียเป็นประเทศที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ สบายๆ แต่มีขนบธรรมเนียมเป็นของตนเอง ถึงแม้ว่าการจับมือทักทายจะได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง แต่ผู้หญิงมุสลิมบางคนอาจเลือกที่จะทักทายผู้ชายด้วยการพยักหน้าเล็กน้อยและยิ้มเท่านั้น การจับมือทักทายจึงควรให้ผู้หญิงเป็นผู้เริ่มก่อน  ส่วนธรรมเนียมการรับประทานอาหารและการรับ-ส่งของ จะใกล้เคียงกับอินโดนีเซีย คือ ควรใช้มือขวาเพียงข้างเดียวเท่านั้น และไม่ควรใช้นิ้วชี้มือขวาชี้สถานที่ สิ่งของ หรือคน ให้ใช้นิ้วโป้งมือขวาชี้ โดยพับนิ้วที่เหลือทั้ง 4เก็บไว้  จึงจะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นผู้มีมารยาทนั่นเอง

ประเทศอินโดนีเซีย... สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปฏิบัติหากเราเข้าไปในประเทศนี้ก็คือ การใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ หรือรับประทานอาหาร โดยควรที่จะใช้มือขวาแทน และไม่ควรชี้ด้วยนิ้วชี้ แต่ใช้นิ้วโป้งแทนหรือใช้วิธีการผายมือขวาแทน เพราะการใช้นิ้วชี้จะเป็นการไม่สุภาพและเป็นการไม่ให้เกียรติ   นอกจากนี้ การจับศีรษะของคนอินโดนีเซียรวมทั้งการลูบศีรษะเด็กก็ถือว่าเป็นการไม่ให้เกียติด้วยเช่นกัน  สำหรับการใช้บริการสถานที่ต่างๆ นั้นไม่จำเป็นต้องให้ทิป เพราะถือว่าเงินที่ได้จากการใช้บริการคือสิ่งที่แลกเปลี่ยนแล้ว เรื่องของยาเสพติด อาวุธ หนังสือลามก และสิ่งของผิดกฎหมายอื่นๆ ไม่ควรนำเข้าประเทศเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียมีบทลงโทษที่จะว่าไปแล้วก็ถือว่าหนักกว่าบ้านเราเป็นไหนๆ คือ การนำเข้าและครอบครองยาเสพติดนั้นมีโทษถึงประหารชีวิตเลยทีเดียว

ประเทศฟิลิปปินส์...โดยธรรมชาติแล้วชาวฟิลิปปินส์มีความเป็นมิตร มีมารยาทและใจดี แต่อาจมีวัฒนธรรมท้องถิ่นบางประการที่แตกต่างจากสิ่งที่เราคิดอยู่บ้าง คือการนัดหมายพบปะกันนั่นเอง โดย หากคุณต้องเข้าร่วมการพบปะทางสังคม ไม่ควรไปถึงสถานที่นัดหมายตรงเวลาเพราะชาวท้องถิ่นจะคิดว่า เป็นการไม่สุภาพ ซึ่งวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวฟิลิปปินส์ ถือว่า การไปสายกว่าเวลา 30นาทีถือเป็นการสุภาพและแสดงถึงการมีมารยาทมากกว่า เพื่อให้มีเวลาเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่  อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ชาวฟิลิปปินส์จะคาดหวังให้คุณเป็นคนคุยเก่ง หากคุณเงียบจะเป็นสัญญาณของความเบื่อหรือไม่มีความสุข และชาวฟิลิปปินส์มักใช้ริมฝีปากชี้ไปที่สิ่งต่างๆ มากกว่าชี้ด้วยนิ้ว และหากต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณ พวกเขามักจะส่งเสียงดังคล้ายการขู่ในการเรียกชื่อแม้จะรู้จักชื่อคุณแล้วก็ตาม
 
ประเทศสิงคโปร์...  ประเทศสิงคโปร์นับว่าเป็นประเทศที่มีกฎหมายควบคุมที่เคร่งครัดมาก ทำให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่รักษาความสะอาด ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพแห่งหนึ่งของโลก การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เช่น  ในรถบัส แท็กซี่ ลิฟต์ โรงภาพยนตร์ สถานที่ราชการ ร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศและห้างสรรพสินค้าจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 1,000สิงคโปร์ดอลล่าร์  และหากทำผิดซ้ำจะถูกปรับ 2,000สิงคโปร์ดอลล่าร์ รวมถึงต้องทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นบทลงโทษด้วย นอกจากนี้กฎหมายของสิงคโปร์เรื่องการรักษาความสะอาดยังขยายความครอบคลุมถึงการห้ามจำหน่ายและมีหมากฝรั่งไว้ในครอบครอง โดยถือว่าเป็นสิ่งต้องห้าม รวมถึงการถ่มน้ำลายในที่สาธารณะก็ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายของสิงคโปร์เช่นกัน  และหากลืมกดชักโครกจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 150สิงคโปร์ดอลล่าร์

สิงคโปร์กำหนดบทลงโทษสำหรับการค้าขายและขนส่งยาเสพติดคือ การประหารชีวิต ขณะที่ผู้ที่มียาเสพติดไว้ในครอบครองหรือใช้ยาเสพติดในประเทศจะถูกลงโทษอย่างหนักเช่นเดียวกัน

ประเทศบรูไน...ซึ่งเป็นประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมประเทศบรูไนจึงไม่มีเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์วางขายนั่นเป็นเพราะรัฐบาลบรูไนไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะอย่างเด็ดขาดนั่นเอง สำหรับเรื่องการพูดคุย ควรหลีกเลี่ยงการสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเพศ ศาสนา และการเมือง เพราะจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เวลานั่งสนทนาไม่ควรยกปลายเท้าไปทางคู่สนทนา และไม่ควรนั่งไขว่ห้างจะถือว่าไม่สุภาพเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ควรนั่งวางเท้า ราบกับพื้นจะเป็นการดีที่สุด ทั้งนี้ตามธรรมเนียมบรูไน จะไม่มีการจับมือกับเพศตรงข้าม จึงควรรอให้ชาวบรูไนยื่นมือให้จับก่อนเพื่อเป็นการให้เกียรตินั่นเอง

ประเทศเวียดนาม...  ผู้ที่ไปเยือนเวียดนามหรือนักท่องเที่ยวไม่ควรถ่ายภาพวีดีโอของชาวท้องถิ่นที่เป็นชนกลุ่มน้อยเพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความแตกแยกซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศชาติ นอกจากนี้เมื่อชาวต่างชาติถูกเชิญไปเยี่ยมเยียนบ้านของชาวเวียดนามไม่ควรนำผ้าเช็ดหน้า สิ่งของสีดำ ดอกไม้สีเหลือง หรือดอกเบญจมาศไปเป็นของขวัญ เพราะจะถือเป็นการนำสิ่งไม่ดีหรือนำพาเรื่องไม่ดีเข้ามาในบ้าน แต่ ให้นำสิ่งของอื่นเช่น ผลไม้ ขนมหวาน ดอกไม้ หรือเครื่องหอม เป็นของขวัญแทน

ประเทศพม่า... ประเทศพม่าถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีวัดหรือศาสนสถานมากพอควร จึงมีข้อห้ามเกี่ยวกับการปฏิบัติตนในศาสนสถานค่อนข้างเข้มงวด โดยสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเข้าไปในประเทศพม่าก็คือ  การสวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นเข้าไปยังศาสนสถานในพม่าทุกแห่งศาสนสถานบางแห่งถึงขั้นห้ามผู้หญิงเข้าไปในเขตหวงห้าม เช่น ห้ามขึ้นไปปิดทองที่องค์พระมหามุนี มัณฑะเลย์ หรือที่องค์พระธาตุอินทร์แขวน(ไจก์ทิโย) หรือที่เขตห้ามเข้าองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากองและองค์พระเจดีย์ชเวซิกองอย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติควรถอดรองเท้าเมื่อเข้าไปในวัดหรือบ้าน และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยฝ่าเท้าในที่สาธารณะซึ่งชาวพม่าถือว่าหยาบคายมากๆ เลยทีเดียว
ทั้งนี้ พม่าเป็นประเทศสังคมนิยมปกครองโดยรัฐบาลทหาร ทั้งยังมั่งคั่งไปด้วยศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวบ้านผู้รักสงบและสันโดษ จึงเป็นการไม่เหมาะที่จะถามหาหญิงบริการ เพราะกฎหมายพม่ารุนแรงถึงขั้นจับทั้งผู้หญิงที่ขายบริการและผู้ชายที่ซื้อบริการคะ
 
ประเทศกัมพูชา... ในฐานะที่เป็นเมืองพุทธ ก็จะมีความเข้มงวดในข้อพึงปฏิบัติต่างๆ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วนักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วเท้าชี้โดยตรงไปที่บุคคลหรือสิ่งใดๆ ก็ตาม หรือไม่ควรสวมใส่เสื้อแขนสั้นหรือเสื้อผ้าที่เปิดเผยให้เห็นผิวพรรณหากต้องเข้าไปในสถานที่ทางศาสนา ทั้งนี้ ชาวกัมพูชาในวัยทำงานไม่ชอบใจเท่าไหร่นักหากเห็นชาวต่างชาติให้เงินแก่ขอทานชาวกัมพูชา เพราะพวกเขาถือว่าเป็นการให้เงินแก่คนที่ขี้เกียจทำงาน 

ประเทศลาว... ลาวมีการใช้กฎหมายในการซื้อขายด้วย โดยหากต้องการซื้อขายสินค้าและบริการทุกประเภทในลาว มีกฎหมายบังคับว่าต้องชำระเป็นเงินกีบเท่านั้น ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามถือว่ามีความผิดและมีโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับ จนถึงขั้นถอนใบอนุญาตการประกอบการธุรกิจ


ส่วนเรื่อง การมีเพสสัมพันธ์กับคนลาวที่ไม่ใช่คู่สมรสเป็นก็ถือเรื่องผิดกฎหมาย โดยหากละเมิด จะถูกกักกันตัว จนกว่าจะนำเงินมาจ่ายค่าปรับขั้นต่ำ 500ดอลลาร์สหรัฐ และส่งตัวกลับประเทศด้วย

ส่วนของไทยเรา ผมคงไม่ต้องแนะนำอะไรกันมาก เพราะเราเองก็มีสิ่งดี ๆ ที่เป็นวัฒนธรรมอันสวยงามอยู่มากมายไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติอื่นใดในโลก เพียงแต่ว่า บางครั้งบางคนก็ละเลยไม่ปฏิบัติจนกลายเป็นเรื่องที่คุ้นชินกระทำต่อ ๆ กันมาทั้งในเรื่องของกิริยามารยาท การใช้รถใช้ถนน หรือความกตัญญูกตเวที ซึ่งถึงวันนี้เราควรจะร่วมมือร่วมใจกันประพฤติเพื่อเป็นแบบอย่างของคนในสังคม รวมทั้งแสดงให้ชาติอื่น ๆ เห็นว่า...คนไทยเราน่ารักที่สุดในโลกไปเลย...
------------------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากhttp://www.aecnews.co.th/
 
 
  
ไม่พลาด !! ทุกข่าวการศึกษา รับตรงทุกมหาวิทยาลัย ทุน สมัครสอบ เรียนต่อนอก

ดาวน์โหลดเลย Eduzones Program Free >>> คลิกเลย !!


 

 

Comments